กู้บ้าน-กู้ธุรกิจต้องรู้! MRR MLR MOR ต่างกันตรงไหน? คู่มือดอกเบี้ยฉบับเข้าใจง่ายปี 2569
ถอดรหัสตัวย่อดอกเบี้ยลอยตัว เลือกสินเชื่ออย่างไรให้ดอกเบี้ยไม่บานปลาย
เมื่อเดินเข้าธนาคารเพื่อขอสินเชื่อ คำศัพท์แรกๆ ที่เจ้าหน้าที่สินเชื่อจะพูดถึงคืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงแบบลอยตัว (Floating Rate) อย่าง MRR, MLR และ MOR ซึ่งทั้ง 3 ตัวนี้แม้จะขึ้นลงตามนโยบายแบงก์ชาติเหมือนกัน แต่มี "กลุ่มเป้าหมาย" และ "ต้นทุน" ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การเลือกผิดประเภท หรือไม่เข้าใจที่มา อาจทำให้คุณแบกรับภาระดอกเบี้ยส่วนเกินโดยไม่จำเป็น มาดูความแตกต่างกันครับ
1. MRR (Minimum Retail Rate)
ฉายา: ดอกเบี้ยมหาชน (คนซื้อบ้านต้องรู้จัก)
คืออะไร: อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจาก ลูกค้ารายย่อยชั้นดี
เหมาะกับใคร:
คนที่กู้ซื้อบ้าน (Home Loan) คอนโดมิเนียม
สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan)
บัตรเครดิต
ทำไมถึงสำคัญ: สินเชื่อบ้านส่วนใหญ่ในไทยจะใช้อัตราดอกเบี้ยนี้เป็นฐานในการคำนวณหลังจากหมดโปรโมชั่นดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) ในช่วง 3 ปีแรก เช่น ปีที่ 4 คิดดอกเบี้ย MRR -2.00% เป็นต้น
ข้อควรระวัง: โดยธรรมชาติ MRR มักจะมีอัตราสูงกว่า MLR และ MOR เล็กน้อย เพราะธนาคารมองว่าความเสี่ยงของลูกค้ารายย่อยสูงกว่าธุรกิจขนาดใหญ่
2. MLR (Minimum Loan Rate)
ฉายา: ดอกเบี้ยธุรกิจระยะยาว
คืออะไร: อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจาก ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan)
เหมาะกับใคร:
ผู้ประกอบการที่กู้เงินไปลงทุนขยายโรงงาน ซื้อเครื่องจักร
การกู้ระยะยาวที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันชัดเจน
ในบางกรณี สินเชื่อบ้านบางธนาคารอาจใช้ MLR เป็นฐาน (แต่พบน้อยกว่า MRR)
จุดเด่น: มักเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ ต่ำที่สุด ในบรรดา 3 ตัวนี้ เพราะธนาคารมองว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีความมั่นคงสูงและมีความเสี่ยงต่ำ
3. MOR (Minimum Overdraft Rate)
ฉายา: ดอกเบี้ยหมุนเวียน (OD)
คืออะไร: อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเรียกเก็บจาก ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft: OD)
เหมาะกับใคร:
เจ้าของธุรกิจที่ต้องการสภาพคล่องระยะสั้น
เช็คเด้ง หรือต้องการเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินในการทำธุรกิจ
ผู้ที่ใช้วงเงิน OD เบิกถอนเงินสดผ่านสมุดบัญชี
ข้อสังเกต: อัตราดอกเบี้ย MOR มักจะสูงกว่า MLR เพราะเป็นการปล่อยกู้ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และไม่มีกำหนดเวลาคืนเงินต้นที่แน่นอนเหมือน Term Loan
ตารางเปรียบเทียบ MRR, MLR, MOR แบบรวดรัด (ฉบับปี 2569)
ประเภทดอกเบี้ย | ย่อมาจาก | กลุ่มเป้าหมายหลัก | ใช้กับสินเชื่อประเภท | ระดับดอกเบี้ย (โดยประมาณ)* |
MRR | Minimum Retail Rate | ลูกค้ารายย่อย (บุคคลธรรมดา) | กู้บ้าน, บัตรเครดิต, สินเชื่อบุคคล | สูงสุด (6.xx% - 7.xx%) |
MOR | Minimum Overdraft Rate | ธุรกิจรายใหญ่ (เน้นสภาพคล่อง) | วงเงินเบิกเกินบัญชี (OD) | ปานกลาง (6.xx% - 7.xx%) |
MLR | Minimum Loan Rate | ธุรกิจรายใหญ่ (ระยะยาว) | กู้ลงทุนทำธุรกิจ, สร้างโรงงาน | ต่ำสุด (5.xx% - 6.xx%) |
*หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับประกาศของแต่ละธนาคารและสถานการณ์เศรษฐกิจ ณ ขณะนั้น
เทคนิคการเลือกสินเชื่อให้คุ้มค่า (จากมุมมองดอกเบี้ย)
กู้บ้าน: ให้ดูที่ส่วนต่าง "ลบ" (-) หลัง MRR ยิ่งลบเยอะ ยิ่งดี
เช่น แบงก์ A ให้
MRR - 2.00%แบงก์ B ให้MRR - 2.50%(ถ้า MRR เท่ากัน แบงก์ B ดอกเบี้ยถูกกว่า)
กู้ธุรกิจ:
ถ้าจะกู้ยาวๆ เพื่อสร้างตึก ซื้อเครื่องจักร ให้ขอสินเชื่อประเภท Term Loan เพื่อให้ได้ดอกเบี้ย MLR ซึ่งถูกกว่า
ถ้าจะกู้มาหมุนเวียนสั้นๆ ค่อยขอวงเงิน OD (ดอกเบี้ย MOR) เพราะแม้ดอกแพงกว่า แต่คิดดอกเบี้ยเฉพาะยอดที่เบิกมาใช้จริงเท่านั้น
ติดตามข่าว: ดอกเบี้ยทั้ง 3 ตัวนี้ "ลอยตัว" (Floating) หาก กนง. (คณะกรรมการนโยบายการเงิน) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ตัวเลขเหล่านี้ก็จะปรับขึ้นตามทันที ส่งผลให้ค่างวดผ่อนบ้านหรือธุรกิจของคุณสูงขึ้น
สรุปส่งท้าย
ไม่ว่าคุณจะเป็นคนฝันอยากมีบ้านหรือเจ้าของกิจการ การเข้าใจความแตกต่างของ MRR, MLR และ MOR คือพื้นฐานความฉลาดทางการเงินที่จะช่วยให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อได้ตรงกับวัตถุประสงค์ และประหยัดดอกเบี้ยได้หลักแสนถึงหลักล้านตลอดอายุสัญญา


