สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด
สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดคืออะไร
สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด คือสัญญาที่ผู้จะขายและผู้จะซื้อทำขึ้นเพื่อผูกพันกันล่วงหน้า โดยตกลงว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในอนาคตเมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน สัญญานี้ ยังไม่ทำให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ในห้องชุด จนกว่าจะมีการจดทะเบียนโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอาคารชุด
ฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 1 “ซื้อขาย”
พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
การซื้อขายห้องชุดต้องทำเป็น หนังสือและจดทะเบียนโอน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงสมบูรณ์
เนื้อหาสำคัญที่ควรมีในสัญญา
ข้อมูลผู้จะขายและผู้จะซื้อ
รายละเอียดห้องชุด (เลขที่ห้อง ชั้น พื้นที่ตามโฉนดห้องชุด)
ราคาซื้อขายและวิธีการชำระเงิน
เงินมัดจำหรือเงินดาวน์ (ถ้ามี)
กำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์
ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ภาษี และค่าธรรมเนียม
เงื่อนไขผิดสัญญาและการบอกเลิกสัญญา
ความแตกต่างจากสัญญาซื้อขายห้องชุดที่จดทะเบียนแล้ว
สัญญาจะซื้อจะขายเป็นการผูกพันล่วงหน้า
ยังไม่ทำให้ผู้ซื้อเป็นเจ้าของห้องชุด
กรรมสิทธิ์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อจดทะเบียนโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ความเสี่ยงที่พบบ่อย
ไม่ตรวจสอบสัดส่วนการถือครองของชาวต่างชาติ (49%)
ไม่ระบุวันโอนกรรมสิทธิ์ชัดเจน
ไม่กำหนดค่าใช้จ่ายส่วนกลางและภาษี
ข้อมูลห้องชุดไม่ตรงกับเอกสารสิทธิ
แนวทางทำสัญญาอย่างปลอดภัย
ตรวจสอบหนังสือรับรองนิติบุคคลอาคารชุด
ตรวจสอบสัดส่วนกรรมสิทธิ์ต่างชาติ
ระบุขั้นตอนและกำหนดวันโอนชัดเจน
เตรียมเอกสารและเงินให้พร้อมก่อนวันโอน
สรุป
สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเป็นสัญญาผูกพันล่วงหน้า
การโอนกรรมสิทธิ์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนโอนตามกฎหมายอาคารชุด
FAQ
Q1: สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดทำให้เป็นเจ้าของหรือไม่?
A: ไม่ ต้องจดทะเบียนโอนก่อนจึงเป็นเจ้าของ
Q2: ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือหรือไม่?
A: ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนโอนจึงสมบูรณ์
Q3: ชาวต่างชาติซื้อห้องชุดต้องระวังอะไร?
A: ต้องตรวจสอบสัดส่วนการถือครองไม่เกิน 49%
Q4: เงินมัดจำต้องคืนหรือไม่?
A: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสัญญา
Q5: ค่าใช้จ่ายส่วนกลางใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
A: เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา
สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด ดาวน์โหลด Click







