ทำไมยื่นกู้บ้านไม่ผ่าน?
วิเคราะห์สาเหตุหลัก + วิธีเตรียมตัวให้ธนาคารอนุมัติ
การยื่นกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้เพียงอย่างเดียว
ในทางปฏิบัติ สถาบันการเงินพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน
ซึ่งสามารถสรุป “สาเหตุที่กู้ไม่ผ่าน” ได้เป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้
กรณีที่ 1: มูลค่าสินทรัพย์ต่ำกว่าวงเงินที่ขอกู้
การกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดถือเป็น สินเชื่อที่มีหลักประกัน ธนาคารจะส่งผู้ประเมินอิสระเข้าประเมิน มูลค่าทรัพย์สินจริง เพื่อนำมาใช้เป็นฐานคำนวณวงเงินกู้
หากเกิดกรณีต่อไปนี้ → “กู้ไม่ผ่าน”
ราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อขาย
ราคาประเมินต่ำกว่าวงเงินที่ยื่นขอ
ทรัพย์อยู่ในทำเลหรือสภาพที่ธนาคารประเมินความเสี่ยงสูง
ผลลัพธ์
ธนาคารอาจ
อนุมัติวงเงินต่ำกว่าที่ขอ
หรือปฏิเสธการอนุมัติทั้งหมด
ต่อให้รายได้ดี แต่ถ้าหลักทรัพย์ค้ำประกัน “ไม่พอ” ธนาคารก็ไม่สามารถปล่อยกู้ได้
กรณีที่ 2: ผู้กู้ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์ธนาคาร
แม้สินทรัพย์จะผ่านการประเมิน
แต่หาก ผู้กู้ไม่เข้าเกณฑ์ด้านความเสี่ยง ธนาคารก็มีสิทธิปฏิเสธ
โดยธนาคารส่วนใหญ่จะพิจารณา “ความพร้อมของผู้กู้” จากหัวข้อต่อไปนี้
คุณสมบัติผู้กู้ที่ธนาคารพิจารณาเป็นหลัก
1) อาชีพมั่นคง
กลุ่มที่ได้รับการพิจารณาง่าย ได้แก่
ข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ
พนักงานประจำบริษัทขนาดกลาง–ใหญ่
มีอายุงานต่อเนื่อง อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
ปัจจัยด้านพื้นที่ทำงานก็มีผล อาชีพเดียวกัน แต่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงต่ำ
ย่อมได้รับการประเมินดีกว่าพื้นที่ความเสี่ยงสูง
2) มีกำลังผ่อนชำระจริง
ธนาคารดู รายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย
ต้องเหลือเงินเพียงพอสำหรับค่างวดในระยะยาว
ไม่ใช่แค่ “ผ่อนได้เดือนแรก”
แต่ต้อง “ผ่อนไหวตลอดสัญญา 20–30 ปี”
3) ไม่มีหนี้สินล้นตัว (Debt Burden)
การมีหนี้ ไม่ใช่เรื่องผิด
แต่หนี้ต้องอยู่ในระดับที่บริหารได้
แนวทางการพิจารณาสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (DTI) ที่ใช้จริงในระบบธนาคาร
รายได้ ≤ 30,000 บาท
➜ ภาระหนี้ไม่ควรเกิน 40%รายได้ 30,000 – 70,000 บาท
➜ ภาระหนี้ไม่ควรเกิน 50%รายได้ ≥ 70,000 บาท
➜ ภาระหนี้ไม่ควรเกิน 60%
4) มีเงินออมและเดินบัญชีสม่ำเสมอ
ธนาคารต้องการเห็นว่า
มีรายรับเข้าบัญชีต่อเนื่อง อย่างน้อย 6 เดือน
มีเงินเหลือคงค้างในบัญชี
หรือมีเงินออมประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดือน
บัญชีที่เงินเข้าแล้วออกทันที ธนาคารสามารถตรวจสอบได้ และถือเป็นสัญญาณความเสี่ยง
5) เครดิตบูโรสะอาด
ไม่มีประวัติผิดนัดชำระ
ไม่ติดแบล็คลิสต์
แสดงวินัยทางการเงินที่ดี
หากเคยติดเครดิตบูโร ต้อง ปิดบัญชีเรียบร้อย และเว้นระยะอย่างน้อย 12 เดือน ก่อนยื่นกู้ซื้อบ้านใหม่
6) มีเงินดาวน์อย่างน้อย 20%
โดยทั่วไป ธนาคารจะปล่อยกู้ประมาณ 80–95%
ส่วนต่างผู้กู้ต้องรับผิดชอบเอง
ดังนั้น ผู้กู้ต้องมี
เงินดาวน์
เงินค่าใช้จ่ายวันโอน
เงินสำรองฉุกเฉิน
7) ไม่มีประวัติการกู้ฉุกเฉิน
สินเชื่อฉุกเฉินหรือสินเชื่อระยะสั้นจำนวนมาก สะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางการเงิน และถูกนำมาใช้เป็นปัจจัยเสริมในการพิจารณาความเสี่ยง
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q1: รายได้ดี แต่ทำไมกู้ไม่ผ่าน?
เพราะธนาคารพิจารณา ทั้งผู้กู้และหลักทรัพย์
รายได้ดีแต่ราคาประเมินต่ำ หรือหนี้สูงเกินเกณฑ์ ก็อาจไม่ผ่าน
Q2: มีหนี้อยู่ กู้บ้านได้ไหม?
ได้ หากภาระหนี้รวม ไม่เกินเกณฑ์ DTI
และยังเหลือเงินพอผ่อนค่างวด
Q3: เดินบัญชีสำคัญแค่ไหน?
สำคัญมาก ธนาคารใช้ดูพฤติกรรมทางการเงินจริง
ไม่ใช่ยอดเงินที่ใส่เข้ามาเฉพาะช่วงยื่นกู้
Q4: เคยติดเครดิตบูโร ยังยื่นกู้ได้ไหม?
ได้ แต่ต้องปิดหนี้ครบ
และเว้นระยะอย่างน้อย 12 เดือนก่อนยื่นใหม่





