ตรวจลึกก่อนซื้อ: การตรวจสอบทะเบียนที่ดิน ที่คนทั่วไปไม่เคยรู้
การซื้ออสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด หรือที่ดิน สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ราคา ไม่ใช่ทำเล แต่คือ “ความถูกต้องของทะเบียนที่ดิน” ความผิดพลาดเพียงบรรทัดเดียวในเอกสาร อาจทำให้ผู้ซื้อสูญเสียสิทธิในทรัพย์สิน หรือกลายเป็นคดีความยาวนานหลายปี
บทความนี้ถูกรวบรวมในมุมมอง มืออาชีพด้านกฎหมาย อสังหาริมทรัพย์ และการประมูล
เพื่ออธิบายขั้นตอนการตรวจสอบทะเบียนที่ดินอย่างลึกซึ้งในระดับที่ คนทั่วไปไม่รู้ แต่มืออาชีพใช้ตัดสินใจก่อนซื้อจริง
1) ตรวจหน้างานให้ครบก่อนคุยราคา
ก่อนลงรายละเอียดเอกสาร ควรตรวจสภาพพื้นที่จริง เช่น แนวเขตโดยรวม จุดอ้างอิงหลักเขต การใช้ประโยชน์พื้นที่ และการครอบครองในปัจจุบัน เพื่อให้แน่ใจว่า “สิ่งที่เห็น” สอดคล้องกับ “สิทธิที่ซื้อ”
สิ่งที่ควรทำ
ไปดูที่ดินจริง และตรวจหมายเลขหลักเขต/จุดอ้างอิงในพื้นที่เท่าที่ทำได้
ลองกะระยะ/คำนวณเนื้อที่คร่าว ๆ เทียบกับเอกสารสิทธิ
ดูว่ามีผู้ครอบครองอยู่หรือไม่ และอยู่ด้วยสิทธิประเภทใด (เช่า/อาศัย/บุกรุก/อื่น ๆ)
2) ตรวจข้อจำกัดเชิงพื้นที่: เวนคืน ปฏิรูป จัดรูป ผังเมือง
ที่ดินบางแปลงอาจมีข้อจำกัดจากกฎหมายหรือแผนของรัฐ ซึ่งกระทบการใช้ประโยชน์ การก่อสร้าง หรือมูลค่าในอนาคต
สิ่งที่ควรตรวจ
แนวเขตเวนคืน/โครงการของรัฐที่เกี่ยวข้อง
เขตปฏิรูปที่ดิน/เขตจัดรูปที่ดิน (ถ้ามี)
ข้อจำกัดผังเมือง/การใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายและข้อบัญญัติท้องถิ่น
3) ตรวจภาษีและภาระค้างชำระที่อาจตามมา
หนี้ค้างบางประเภทอาจทำให้การโอนสะดุด หรือทำให้ผู้ซื้อเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม
สิ่งที่ควรตรวจ
ภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับที่ดินในพื้นที่
สถานะภาษีท้องถิ่น/ภาษีบำรุงท้องที่ (กรณีที่ยังเกี่ยวข้อง)
หลักฐานการชำระ/เอกสารยืนยันจากผู้ขาย
4) “หัวใจของการซื้อที่ดิน”: ขอ ตรวจหลักฐานทะเบียนที่ดิน ที่สำนักงานที่ดิน
การดูโฉนดที่ผู้ขายถือมาให้ดู “ยังไม่พอ” เพราะข้อมูลสำคัญจำนวนมาก ต้องตรวจจากหลักฐานทะเบียนที่ดินและเอกสารประกอบในสารบบของแปลงนั้น เพื่อเห็นสถานะล่าสุดที่เชื่อถือได้
5) เช็กโฉนดจริง–ปลอม: อย่าตัดสินจากหน้าตากระดาษ
โฉนดปลอม หรือโฉนดที่ถูกแก้ไขข้อความ อาจดูเหมือนจริงมาก การตัดสินด้วยสายตาเพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงสูง
หลักการป้องกัน
ตรวจเทียบข้อมูลกับฉบับ/ข้อมูลที่สำนักงานที่ดินเก็บไว้
ระวังเอกสารที่มีร่องรอยแก้ไข ตกเติม หรือข้อมูลบางส่วน “ดูไม่ต่อเนื่อง”
6) เช็กตัวตน “เจ้าของที่แท้จริง” ให้ชัดก่อนทำสัญญา
ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดคือซื้อกับ “คนไม่ใช่เจ้าของตัวจริง” แม้ชื่อในเอกสารดูคล้ายกันก็ตาม ผู้ซื้อควรตรวจให้ชัดว่า ผู้ขายคือเจ้าของที่ถูกต้องและมีอำนาจทำธุรกรรม
หลักการป้องกัน
ตรวจข้อมูลเจ้าของในทะเบียนให้สอดคล้องกับตัวผู้ขาย
ตรวจความสอดคล้องของชื่อ–เลขประจำตัว–ที่อยู่–สถานะบุคคล
หากเป็นนิติบุคคล/ผู้รับมอบอำนาจ ต้องตรวจเอกสารอำนาจให้ครบถ้วน
7) เช็กว่าโฉนดหรือรายการจดทะเบียน “ถูกเพิกถอน/ยกเลิก” หรือไม่
บางกรณีโฉนดอาจถูกเพิกถอน หรือมีเหตุให้เอกสารสิทธิใช้การไม่ได้ หากไม่ตรวจสถานะให้ชัด อาจทำให้ซื้อแล้วโอนไม่ได้หรือสิทธิไม่สมบูรณ์
หลักการป้องกัน
ตรวจสถานะเอกสารสิทธิในระบบ/สารบบที่เกี่ยวข้อง
ระวังเอกสารที่มีประวัติออกใบแทน หรือมีเหตุเกี่ยวกับการแก้ไขรายการสำคัญ
8) เช็กการยึด/อายัด/ห้ามโอน: หลายอย่าง “ไม่อยู่ในโฉนดฉบับเจ้าของ”
ที่ดินอาจถูกยึด อายัด หรือมีคำสั่งห้ามโอนจากหลายฐานกฎหมาย ซึ่งบางครั้งจะแสดงไว้ในส่วนของสำนักงานที่ดินเป็นหลัก หากไม่ตรวจ อาจทำสัญญาแล้วโอนไม่ได้
หลักการป้องกัน
ตรวจรายการคำสั่ง/บัญชีที่เกี่ยวกับการอายัดหรือห้ามโอน
อย่าวางมัดจำหรือกำหนดวันโอน ก่อนรู้สถานะล่าสุดชัดเจน
9) เช็ก “งานค้าง/เรื่องระหว่างดำเนินการ” ที่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์หลังซื้อ
ที่ดินบางแปลงอาจอยู่ระหว่างรังวัดสอบเขต แบ่งแยก แก้ไขเนื้อที่ แก้ไขรูปแผนที่ ขอใบแทน หรือดำเนินการเกี่ยวกับมรดก สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เนื้อที่ แนวเขต หรือเจ้าของ “เปลี่ยน” ได้
หลักการป้องกัน
ตรวจว่ามีคำขอค้าง/ประกาศ/การคัดค้าน หรือข้อพิพาทแนวเขตหรือไม่
หากจำเป็นต้องรังวัด ควรวางเงื่อนไขให้เสร็จก่อนจ่ายเงินก้อนใหญ่
หากเกี่ยวกับมรดก/เจ้าของร่วม ต้องระวังขั้นตอนและความเสี่ยงด้านสิทธิ
10) เช็กสัญญาที่ผูกพันที่ดิน + ระวังกลโกงซื้อขายที่ดิน
ภาระผูกพัน เช่น จำนอง เช่า ภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเก็บกิน ฯลฯ อาจมี “รายละเอียดเงื่อนไข” อยู่ในสัญญาหรือเอกสารประกอบในสารบบ ไม่ได้โชว์ครบในหน้าโฉนด ผู้ซื้อควรรู้รายละเอียดก่อนรับภาระไปด้วย
พร้อมกันนี้ ธุรกรรมที่ดินมีมูลค่าสูง จึงมีการหลอกลวงได้หลายรูปแบบ ผู้ซื้อควรโฟกัสที่ “สัญญาณเตือน” และ “วิธีป้องกัน” ไม่ใช่รายละเอียดวิธีการทุจริต
สัญญาณเตือนที่พบบ่อย
เร่งให้โอน/เร่งวางมัดจำ โดยไม่ยอมให้ตรวจทะเบียนที่ดิน
ข้อมูลผู้ขาย/เจ้าของไม่สอดคล้องกัน หรือเปลี่ยนเหตุผลไปมา
ราคาต่ำผิดปกติ พร้อมเงื่อนไขให้โอนเร็ว
ไม่ยอมให้พบเจ้าของตัวจริง หรือใช้ตัวแทนที่อธิบายไม่ได้
เอกสารประกอบไม่ครบ หรือหลีกเลี่ยงการตรวจที่สำนักงานที่ดิน
แนวทางป้องกัน
ตรวจทะเบียนที่ดินและเอกสารประกอบจากสำนักงานที่ดินทุกครั้ง
ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุเงื่อนไข “ตรวจผ่าน” ก่อนชำระเงินก้อนใหญ่
ใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย/อสังหา/ผู้ทำธุรกรรมที่ดินช่วยตรวจ
เก็บหลักฐานการเจรจา การชำระเงิน และเอกสารทั้งหมดเป็นระบบ
FAQ
Q1: ทำไมดูโฉนดจากผู้ขายอย่างเดียวถึงไม่พอ
A: เพราะข้อมูลสำคัญบางอย่างต้องตรวจจากหลักฐานทะเบียนที่ดินและเอกสารในสารบบของสำนักงานที่ดิน ซึ่งอาจไม่ปรากฏในโฉนดฉบับเจ้าของ
Q2: ก่อนซื้อควรไปดูที่ดินจริงเรื่องใดบ้าง
A: ควรดูแนวเขตโดยรวม หลักเขต การครอบครองจริง และลองกะระยะ/เนื้อที่คร่าว ๆ เทียบกับเอกสารสิทธิ
Q3: เรื่องยึดหรืออายัดมีผลอย่างไรต่อการโอน
A: หากถูกยึด/อายัด/ห้ามโอน อาจทำให้ทำสัญญาแล้วโอนไม่ได้ ต้องตรวจสถานะล่าสุดก่อนวางเงินหรือกำหนดวันโอน
Q4: ต้องตรวจอะไรเพื่อกันซื้อกับคนไม่ใช่เจ้าของตัวจริง
A: ต้องตรวจความสอดคล้องของข้อมูลเจ้าของในทะเบียนกับตัวผู้ขาย และตรวจเอกสารอำนาจให้ครบ หากเป็นตัวแทนหรือนิติบุคคล
Q5: โฉนดปลอมดูออกไหมจากสายตา
A: ไม่ควรตัดสินจากสายตาอย่างเดียว ควรตรวจเทียบข้อมูลกับสำนักงานที่ดินเพื่อความชัดเจน
Q6: ถ้าโฉนดหรือรายการถูกเพิกถอน จะเกิดอะไรขึ้น
A: อาจทำให้เอกสารสิทธิใช้การไม่ได้ หรือสิทธิไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้การซื้อขายและการโอนมีปัญหา
Q7: งานค้างรังวัดหรือสอบเขตเสี่ยงอย่างไร
A: ผลรังวัดอาจทำให้เนื้อที่หรือแนวเขตเปลี่ยน และอาจมีการคัดค้าน ทำให้การโอนหรือการใช้ประโยชน์ยุ่งยากได้
Q8: ทำไมต้องตรวจสัญญาที่ผูกพันที่ดินนอกเหนือจากหน้าโฉนด
A: เพราะรายละเอียดเงื่อนไขสำคัญมักอยู่ในสัญญาหรือเอกสารประกอบในสารบบ ไม่ได้แสดงครบในหน้าโฉนด
Q9: สัญญาณเตือนว่าดีลนี้เสี่ยงโดนโกงคืออะไร
A: เช่น เร่งให้โอน/วางมัดจำ ไม่ยอมให้ตรวจทะเบียนที่ดิน ข้อมูลผู้ขายไม่สอดคล้อง ราคาต่ำผิดปกติ และเอกสารไม่ครบ
Q10: วิธีป้องกันที่ปลอดภัยที่สุดก่อนจ่ายเงินก้อนใหญ่คืออะไร
A: ตรวจทะเบียนที่ดินที่สำนักงานที่ดิน ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรใส่เงื่อนไขตรวจผ่าน และใช้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจ





