การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านมือสอง ทาวน์โฮมรีโนเวทใหม่ หรือการซื้อทรัพย์ NPA มาฟลิปปิ้งทำกำไร สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาดคือ "ค่าใช้จ่ายวันโอน ณ กรมที่ดิน" เพราะมันคือเงินก้อนใหญ่ที่อาจทำให้กำไรของคุณหดหาย หรือทำให้คนซื้อหน้ามืดได้หากไม่ได้ตกลงกันไว้ก่อน
เพื่อไม่ให้เกิดการเกี่ยงกันจ่ายหน้าเคาน์เตอร์ เรามาดูกันครับว่า 5 ค่าใช้จ่ายหลักในวันโอนมีอะไรบ้าง และตามธรรมเนียมแล้ว ใครควรเป็นคนจ่าย?
1. ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer Fee)
คิดเป็น: 2% ของราคาประเมินกรมที่ดิน หรือราคาซื้อขาย (คิดจากราคาที่สูงกว่า)
ใครเป็นคนจ่าย: ตามกฎหมายไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ "ผู้ซื้อและผู้ขายมักจะจ่ายคนละครึ่ง (คนละ 1%)" หรือแล้วแต่ตกลงกันในสัญญาจะซื้อจะขาย
ข้อควรรู้: ในบางปี รัฐบาลอาจมีมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมโอน (เช่น เหลือ 0.01%) สำหรับบ้านราคาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด ต้องคอยอัปเดตประกาศของแต่ละปีให้ดีครับ
2. ค่าจดจำนอง (Mortgage Fee)
คิดเป็น: 1% ของยอดเงินกู้ทั้งหมด
ใครเป็นคนจ่าย: "ผู้ซื้อ" เป็นคนจ่ายทั้งหมด (ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สินเชื่อจากธนาคาร) หากผู้ซื้อซื้อด้วยเงินสด จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax)
คิดเป็น: 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (คิดจากราคาที่สูงกว่า)
ใครเป็นคนจ่าย: "ผู้ขาย" เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด
เงื่อนไขสำคัญ: ผู้ขายจะเสียภาษีตัวนี้ก็ต่อเมื่อ ถือครองอสังหาฯ นั้น น้อยกว่า 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน น้อยกว่า 1 ปี (นักลงทุนสายฟลิปปิ้งที่ซื้อมาขายไปไวๆ มักจะหนีภาษีตัวนี้ไม่พ้น จึงต้องบวกเผื่อไว้ในต้นทุนเสมอครับ)
4. ค่าอากรแสตมป์ (Stamp Duty)
คิดเป็น: 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (คิดจากราคาที่สูงกว่า)
ใครเป็นคนจ่าย: "ผู้ขาย" เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด
เงื่อนไขสำคัญ: จะเสียค่าอากรแสตมป์ก็ต่อเมื่อ "ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ" (คือถือครองมาเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปีแล้ว) จำง่ายๆ ว่า ผู้ขายจ่ายแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ต้องจ่ายซ้ำซ้อนครับ
5. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)
คิดเป็น: คำนวณตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร แบบขั้นบันได (คิดจากราคาประเมินกรมที่ดิน หักด้วยค่าใช้จ่ายตามปีที่ถือครอง) ยิ่งถือครองนาน จะยิ่งหักค่าใช้จ่ายได้น้อยลง แต่ก็จะมีตัวหารเพิ่มขึ้น
ใครเป็นคนจ่าย: "ผู้ขาย" เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด เพราะถือว่าผู้ขายคือผู้ที่ได้รับรายได้จากการขายทรัพย์สินครั้งนี้
💡 ตัวอย่างการตกลงค่าใช้จ่าย (เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน)
สมมติว่าคุณจับทาวน์โฮมทำเลรังสิต-ปทุมธานี มารีโนเวทแล้วขายต่อในราคา 3 ล้านบาท (ถือครองมาแค่ 6 เดือน) การตกลงในสัญญาที่พบเห็นได้บ่อยและแฟร์ที่สุดคือ:
ผู้ซื้อรับผิดชอบ: ค่าจดจำนอง 1% (หากกู้แบงก์) + ค่าธรรมเนียมโอน 1% (คนละครึ่ง)
ผู้ขายรับผิดชอบ: ค่าธรรมเนียมโอน 1% (คนละครึ่ง) + ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (เพราะถือครองไม่ถึง 5 ปี) + ภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย
(หมายเหตุ: ในทางปฏิบัติ ผู้ขายอาจตั้งราคาขายรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้แล้ว และเสนอโปรโมชัน "ฟรีโอน" เพื่อดึงดูดผู้ซื้อให้ตัดสินใจง่ายขึ้นก็ได้ครับ)
บทสรุป
ก่อนที่จะทำสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ทุกครั้ง ให้ระบุลงไปในสัญญาให้ชัดเจนเลยครับว่า "ค่าธรรมเนียมโอน ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ณ กรมที่ดิน ฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ หรือแบ่งจ่ายกันอย่างไร" การทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรจะช่วยปิดความเสี่ยง และทำให้วันโอนกรรมสิทธิ์ของคุณราบรื่น ไร้รอยต่อที่สุดครับ





