เงินเฟ้อไทยติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี: สัญญาณดีต่อค่าครองชีพ หรือความเสี่ยง “เงินฝืด”?
ช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 (2026) กระทรวงพาณิชย์โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค./TPSO) รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2568 (2025) ติดลบ -0.14% และถูกมองว่าเป็น การติดลบรายปีครั้งแรกในรอบ 5 ปี จากการที่เงินเฟ้อ “ติดลบต่อเนื่องหลายเดือน” โดยเฉพาะแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ลดลงอย่างมาก
คำถามสำคัญคือ: นี่เป็น “ข่าวดี” เพราะของถูกลง หรือเป็น “สัญญาณอันตราย” ที่เศรษฐกิจอ่อนแรงจนเสี่ยงเงินฝืด?
สรุปตัวเลขล่าสุด: เงินเฟ้อลบ แต่เงินเฟ้อพื้นฐานยังบวก
ข้อมูลทางการระบุว่า เดือนธันวาคม 2568 (Dec 2025) เงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ลดลง -0.28% YoY ขณะที่ เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เพิ่มขึ้น +0.59% YoY (ตัดอาหารสดและพลังงานออก)
ภาพรวมนี้สะท้อนว่า “ราคาบางหมวดถูกลงแรง” (โดยเฉพาะพลังงาน) แต่ “ราคาในหมวดอื่น ๆ” ไม่ได้ลดลงทั้งกระดาน เพราะแกนพื้นฐานยังเป็นบวกอยู่
ทำไมเงินเฟ้อถึงติดลบ? 3 ปัจจัยหลักที่กด CPI ลง
1) ราคาพลังงานลดลง (ตัวแปรใหญ่)
สนค.ชี้ว่าแรงกดหลักมาจาก ราคาพลังงาน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับลดลงตามทิศทางตลาดโลก รวมถึงมาตรการด้านพลังงานบางส่วน ทำให้หมวดที่ไม่ใช่อาหารหลายรายการลดลง
2) สินค้าบางกลุ่ม “ลดราคาทำโปร” แข่งขันสูง
รายงานระบุว่ากลุ่มของใช้ส่วนบุคคล/ของใช้บางรายการราคาลดลงต่อเนื่องจากการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ
3) เศรษฐกิจฟื้นแบบไม่ทั่วถึง ทำให้แรงส่งด้านราคาไม่แรง
ในมุมมหภาค ธนาคารกลางกังวลว่าเงินเฟ้ออยู่ต่ำกว่าเป้าหมาย 1–3% ต่อเนื่อง และแม้ “ยังไม่ใช่เงินฝืดเต็มรูปแบบ” แต่ต้องระวังความเสี่ยง หากราคาลดลงเป็นวงกว้างควบคู่กับกิจกรรมเศรษฐกิจที่อ่อนแรง
แล้ว “เงินเฟ้อติดลบ” เท่ากับ “เงินฝืด” ไหม?
ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นเงินฝืดทันที เพราะโดยแนวคิด “เงินฝืด (Deflation)” ไม่ใช่แค่เงินเฟ้อติดลบชั่วคราว แต่คือ ราคาสินค้าและบริการโดยรวมลดลงต่อเนื่อง พร้อมกิจกรรมเศรษฐกิจหดตัวจนคนเลื่อนการใช้จ่าย
อีกจุดสำคัญคือ Core CPI ยังเป็นบวก ซึ่งมักถูกใช้ช่วยอ่าน “แรงกดดันด้านราคาเชิงโครงสร้าง” ว่ายังมีอยู่หรือไม่
ผลกระทบต่อคนทั่วไปและธุรกิจ
มุมผู้บริโภค
ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลดลง = ช่วยค่าครองชีพ (ระยะสั้น)
แต่ถ้าของถูกเพราะเศรษฐกิจซบ/รายได้โตช้า อาจสะท้อนว่ากำลังซื้อยังไม่กลับมาจริง
มุมธุรกิจ
ราคาขายขึ้นยาก → มาร์จิ้นถูกบีบ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้นทุนบางรายการยังไม่ลงตาม
หากการแข่งขันรุนแรง (โปรฯ หนัก) ธุรกิจต้องใช้ “ลดราคา” เป็นเครื่องมือมากขึ้น
มุมดอกเบี้ยนโยบาย/การเงิน
ธปท.ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อที่ยังต่ำ/ติดลบอาจกลับมาเป็นบวกช่วง มีนาคม–เมษายน 2569 แต่ช่วงต้นปีอาจยังต่ำมาก ทำให้ตลาดจับตาทิศทางนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด
แนวโน้มปี 2569 (2026): ยังต่ำในต้นปี ก่อนค่อย ๆ ฟื้น
สนค.คาดว่า ไตรมาส 1/2569 เงินเฟ้ออาจอยู่ในช่วง -0.5 ถึง 0.0% (ค่ากลางราว -0.25) และทั้งปี 2569 มีโอกาสอยู่กรอบ 0.0–1.0% (ค่ากลางราว 0.5) โดยมีแรงหนุนจากราคาสินค้าเกษตรและการท่องเที่ยวที่ฟื้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก/ภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยพลังงาน
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าเงินเฟ้อปี 2569 อาจกลับมาเป็นบวกได้ราว 0.4% แต่ยังต้องตามความเสี่ยงด้านเงินฝืด หากรายการสินค้าที่ราคาลดลง “ขยายวงกว้าง”
ควรติดตามอะไรต่อจากนี้?
ราคาน้ำมันและค่าไฟ: ถ้ายังลงต่อ เงินเฟ้ออาจต่ำกว่าคาด
Core CPI: ถ้าเริ่มชะลอลงจนใกล้ศูนย์ = ต้องระวังมากขึ้น
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ/จังหวะการใช้จ่ายรัฐ: มีผลต่ออุปสงค์และราคาสินค้าในประเทศ
FAQ (คำถามที่คนค้นหาบ่อย)
Q: เงินเฟ้อไทยติดลบ แปลว่าของถูกลงทุกอย่างไหม?
A: ไม่เสมอไป เพราะการติดลบครั้งนี้ถูกกดจาก “พลังงาน” เป็นหลัก ขณะที่อาหารบางกลุ่มยังขึ้น และ Core CPI ยังเป็นบวก
Q: เงินเฟ้อติดลบ = เงินฝืดแล้วใช่ไหม?
A: ยังไม่จำเป็นต้องใช่ เพราะเงินฝืดคือราคาลดลง “วงกว้าง-ต่อเนื่อง” พร้อมเศรษฐกิจหดตัวและคนเลื่อนใช้จ่าย ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปตายตัวจากแค่ติดลบช่วงสั้น ๆ
Q: ปี 2569 เงินเฟ้อจะกลับมาเป็นบวกไหม?
A: สนค.คาดทั้งปี 2569 อยู่ราว 0.0–1.0% (ค่ากลาง 0.5) และธปท.มองว่าเงินเฟ้ออาจกลับมาเป็นบวกช่วง มี.ค.–เม.ย. 2569

