ดอกเบี้ยในการกู้ซื้อบ้าน คืออะไร?
เข้าใจโครงสร้างดอกเบี้ยบ้านให้ชัด ก่อนตัดสินใจกู้
ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านเป็น ต้นทุนที่แท้จริงของการเป็นเจ้าของบ้าน ผู้กู้จำนวนมากให้ความสำคัญกับ “วงเงินที่กู้ได้” แต่กลับมองข้าม “โครงสร้างดอกเบี้ย” ซึ่งส่งผลต่อภาระผ่อนรวมตลอดสัญญาอย่างมาก
โดยทั่วไป ดอกเบี้ยเงินกู้บ้านในประเทศไทยสามารถแบ่งรูปแบบการพิจารณาหลักได้ดังต่อไปนี้
ประเภทของดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน
1) ดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)
เป็นดอกเบี้ยที่ กำหนดอัตราคงที่ในช่วงเวลาหนึ่ง
เช่น 1 ปีแรก / 3 ปีแรก / 5 ปีแรก
ลักษณะ
ค่างวดช่วงแรกคงที่
คาดการณ์ภาระผ่อนได้ง่าย
มักใช้เป็นโปรโมชั่นช่วงเริ่มต้น
เมื่อพ้นช่วงคงที่ ดอกเบี้ยจะถูกปรับเป็น ดอกเบี้ยลอยตัว
2) ดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate)
เป็นดอกเบี้ยที่ เปลี่ยนแปลงตามอัตราอ้างอิงของธนาคาร
เช่น MRR, MLR, MOR
ลักษณะ
ดอกเบี้ยขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจ
ภาระผ่อนอาจเพิ่มหรือลดได้
เป็นอัตราที่ใช้ในระยะยาวของสัญญา
อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ใช้จริงในระบบธนาคาร
ธนาคารจะกำหนดดอกเบี้ยโดยอิงจากอัตรามาตรฐาน เช่น
MRR (Minimum Retail Rate)
ใช้กับลูกค้ารายย่อยทั่วไปMLR (Minimum Loan Rate)
ใช้กับลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำMOR (Minimum Overdraft Rate)
ใช้กับวงเงินเบิกเกินบัญชี
ดอกเบี้ยที่ผู้กู้ได้รับจริง มักอยู่ในรูปแบบ
MRR – x.xx%
หรือ MLR – x.xx%
ปัจจัยที่มีผลต่อดอกเบี้ยที่ธนาคารเสนอ
ธนาคาร ไม่ได้ให้ดอกเบี้ยเท่ากันทุกคน โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญดังนี้
ความมั่นคงของอาชีพ
รายได้และกำลังผ่อน
ประวัติเครดิตบูโร
สัดส่วนเงินดาวน์
มูลค่าและประเภทของหลักทรัพย์
ระยะเวลากู้
ผู้กู้ที่มีความเสี่ยงต่ำมักได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า
ดอกเบี้ยกับยอดผ่อนจริงในระยะยาว
ดอกเบี้ยเพียง ต่างกัน 0.5% อาจทำให้ยอดผ่อนรวมตลอดสัญญา แตกต่างกัน หลักแสนถึงหลักล้านบาท
ดังนั้น การเลือกดอกเบี้ยต้องพิจารณา ทั้งช่วงโปรโมชั่น และช่วงลอยตัว
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q1: ดอกเบี้ยบ้านแบบไหนดีกว่ากัน?
ไม่มีแบบใดดีที่สุด ขึ้นอยู่กับแผนการเงินและระยะเวลาถือครองบ้าน
Q2: ดอกเบี้ยโปรโมชั่นถูกจริงหรือไม่?
ถูกเฉพาะช่วงแรก หลังหมดโปรโมชั่นต้องดูอัตราลอยตัวประกอบ
Q3: ดอกเบี้ยลอยตัวเสี่ยงไหม?
มีความผันผวนแต่บางช่วงอาจต่ำกว่าดอกเบี้ยคงที่
Q4: ต่อรองดอกเบี้ยกับธนาคารได้หรือไม่?
ได้ โดยเฉพาะผู้กู้ที่มีคุณสมบัติดี และมีข้อเสนอจากหลายธนาคาร





