ชนะประมูลแต่เข้าไม่ได้? คู่มือฟ้องขับไล่และจัดการ "ทรัพย์สินคงค้าง" ในบ้านกรมบังคับคดี
ทางออกถูกกฎหมายเมื่อเจอเจ้าของเดิมไม่ย้าย หรือทิ้งของไว้ แก้ปัญหาอย่างไรไม่ให้เสี่ยงคุก
การซื้อทรัพย์จาก กรมบังคับคดี คือโอกาสทองในการได้อสังหาริมทรัพย์ราคาต่ำกว่าตลาด แต่สิ่งที่มักจะแถมมาด้วยคือ "ผู้อยู่อาศัยเดิม" หรือ "ข้าวของเครื่องใช้" ที่ยังวางคาอยู่ในบ้าน ปัญหาเหล่านี้หากผู้ชนะประมูลใจร้อน จัดการด้วยพละกำลัง อาจเปลี่ยนสถานะจาก "เจ้าของบ้าน" กลายเป็น "ผู้ต้องหา" ได้ทันที
บทความนี้สรุปขั้นตอนทางกฎหมายในการฟ้องขับไล่ และการจัดการทรัพย์สินคงค้าง เพื่อให้คุณวางแผนการเข้าครอบครองทรัพย์ได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบ
1. เข้าใจสิทธิ: เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ≠ มีสิทธิบุกเข้าบ้าน
กฎเหล็กข้อแรกที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ เมื่อคุณโอนโฉนดที่กรมที่ดินแล้ว คุณคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ทางกฎหมาย แต่ยังไม่มีสิทธิครอบครองโดยพลการ หากยังมีบุคคลอื่นอาศัยอยู่ หรือมีทรัพย์สินของผู้อื่นกีดขวางอยู่
❌ ห้าม งัดแงะ เปลี่ยนกุญแจ หรือตัดน้ำตัดไฟ
❌ ห้าม ข่มขู่ หรือใช้กำลังขับไล่
❌ ห้าม ขนย้ายทรัพย์สินออกมาทิ้งนอกบ้านเอง
การกระทำเหล่านี้เสี่ยงต่อการถูกฟ้องกลับในคดีอาญา ข้อหา "บุกรุก" และ "ทำให้เสียทรัพย์"
2. ขั้นตอนการฟ้องขับไล่ (กรณีมีคนอยู่)
หากเจรจาขอให้ย้ายออกดีๆ แล้วไม่เป็นผล คุณจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลตามขั้นตอนดังนี้:
ส่งหนังสือบอกกล่าว (Notice): ให้ทนายความส่งจดหมายลงทะเบียนแจ้งให้ย้ายออกภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 30 วัน)
ยื่นฟ้องขับไล่: หากครบกำหนดแล้วยังเพิกเฉย ให้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งในพื้นที่ที่ทรัพย์ตั้งอยู่
ศาลพิพากษา: เมื่อศาลไต่สวนและเห็นว่าคุณเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยชอบ ศาลจะมีคำพิพากษาขับไล่
ตั้งเรื่องบังคับคดี: หากจำเลยยังดื้อแพ่ง เจ้าพนักงานบังคับคดีจะเข้ามาดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเชิญตัวออกไป
ระยะเวลา: กระบวนการนี้อาจใช้เวลาประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ผู้ประมูลควรเผื่อเวลาและต้นทุนในส่วนนี้ไว้เสมอ
3. กรณีบ้านร้าง ไม่มีคนอยู่ แต่มี "ทรัพย์สินคงค้าง"
นี่คือกับดักที่หลายคนพลาด! บ้านดูเหมือนร้าง ไม่มีคนนอน แต่มีเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า หรือของใช้เก่าๆ ทิ้งไว้ คุณไม่สามารถขนไปทิ้งได้ทันที เพราะของเหล่านั้นยังเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของเดิม
ความเสี่ยงหากทำโดยพลการ
คดียักยอกทรัพย์: หากเจ้าของเดิมกลับมาอ้างว่ามีของมีค่าหายไป
คดีทำให้เสียทรัพย์: หากนำของไปทิ้งหรือทำลาย
วิธีจัดการที่ถูกต้อง
บันทึกหลักฐาน: ถ่ายภาพและวิดีโอสภาพทรัพย์สินทุกมุมอย่างละเอียด
ประกาศหาเจ้าของ: พยายามติดต่อแจ้งให้มาขนย้ายเป็นลายลักษณ์อักษร
ยื่นคำร้องต่อศาล: เพื่อขอคำสั่งศาลในการจัดการทรัพย์สิน (เช่น ขออนุญาตขนย้ายไปเก็บที่โกดัง หรือขอขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้นเพื่อนำเงินมาหักค่าใช้จ่าย)
ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่: ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นพยานหรือผู้ดำเนินการในการขนย้าย
4. ตารางสรุป: ต้องทำอย่างไรในแต่ละสถานการณ์
สถานการณ์ | เข้าอยู่ได้เลยไหม? | วิธีจัดการที่ถูกต้อง | ความเสี่ยงหากทำเอง |
มีผู้อยู่อาศัย | ❌ ไม่ได้ | เจรจา -> ฟ้องขับไล่ | สูงมาก (บุกรุก/ข่มขู่) |
ไม่มีคนอยู่ แต่มีของ | ❌ ไม่ได้ | บันทึกภาพ -> ขอคำสั่งศาล | ปานกลาง-สูง (ลักทรัพย์/ทำให้เสียทรัพย์) |
บ้านว่างเปล่า (เคลียร์แล้ว) | ✅ ได้ | เข้าครอบครอง/รีโนเวท | ไม่มี |
บทสรุปสำหรับนักลงทุน
การประมูลบ้านให้คุ้มค่า ไม่ใช่แค่การชนะราคา แต่ต้องรวมถึงการ "ชนะคดี" ในการเข้าครอบครองด้วย
ก่อนประมูล: เช็กเสมอว่าบ้านว่างหรือมีคนอยู่ เพื่อประเมินต้นทุนค่าทนายและเวลา
หลังประมูล: หากมีปัญหา ให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างใจเย็น
การใช้กระบวนการศาลอาจดูยุ่งยากและใช้เวลา แต่เป็นวิธีเดียวที่จะคุ้มครองคุณจากคดีความย้อนหลัง และทำให้คุณได้บ้านมาครอบครองอย่างสบายใจที่สุด
ต้องการปรึกษาเรื่องการประมูลทรัพย์บังคับคดี?
หากคุณกำลังมองหาทรัพย์เพื่อการลงทุนแต่กังวลเรื่องขั้นตอนทางกฎหมาย ติดตามบทความสาระดีๆ เพิ่มเติมได้ที่หน้าเว็บไซต์ของเรา หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุนครับ



