ปล่อยเฉย เดี๋ยวศาลกับกรมบังคับคดีจัดการให้เองได้ไหม?
ความเข้าใจผิดที่อันตราย: “ไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวเรื่องจบเอง”
เจ้าของทรัพย์จำนวนมากเข้าใจว่า หากไม่รับสายธนาคาร ไม่ไปศาล หรือไม่ดำเนินการใด ๆ เดี๋ยวศาลและรัฐจะจัดการให้ แล้วเรื่องจะจบไปเอง ความคิดนี้ ไม่ถูกต้อง และมักนำไปสู่ความเสียหายที่รุนแรงกว่าเดิม
ในความเป็นจริง เมื่อมีการค้างชำระหนี้ กระบวนการทางกฎหมายจะเดินหน้า โดยไม่ต้องรอความยินยอมจากลูกหนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเมื่อ “ปล่อยเฉย”
หากลูกหนี้ไม่ดำเนินการใด ๆ ลำดับเหตุการณ์ที่มักเกิดขึ้นคือ
🔹 เจ้าหนี้ยื่นฟ้องต่อศาล
🔹 ศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้
🔹 เมื่อไม่ชำระตามคำพิพากษา จะเข้าสู่การบังคับคดี
🔹 ทรัพย์สินถูกยึดและขายทอดตลาดโดยรัฐ
🔹 ลูกหนี้ ไม่มีสิทธิเลือก ราคา วิธีขาย หรือผู้ซื้อ
กระบวนการดังกล่าวดำเนินการผ่าน ศาลยุติธรรม และ กรมบังคับคดี ตามกฎหมาย
ผลกระทบที่มักถูกมองข้าม
ระหว่างที่ลูกหนี้ “เงียบ” และไม่จัดการใด ๆ จะเกิดผลเสียสะสม เช่น
❌ ดอกเบี้ยยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน
❌ หนี้รวมสูงขึ้นกว่าที่คาด
❌ ประวัติเครดิตเสียหาย
❌ มีคดีติดตัวในระบบศาล
❌ ราคาทรัพย์ที่ขายได้มักต่ำกว่าตลาด
ในหลายกรณี แม้ทรัพย์จะถูกขายไปแล้ว หนี้ยังไม่หมด และอาจถูกดำเนินคดีต่อเนื่อง เช่น คดีล้มละลาย
ทำไม “ความเงียบ” จึงไม่ใช่ทางออก
การไม่ตอบสนองต่อกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ได้ทำให้หนี้หายไป แต่กลับทำให้ลูกหนี้ เสียอำนาจต่อรองทั้งหมด และรับความเสี่ยงทางการเงินมากขึ้น
ในทางตรงกันข้าม การจัดการทรัพย์ ก่อนเข้าสู่ศาล ยังเปิดโอกาสให้
วางแผนขายทรัพย์ได้เอง
เจรจากับเจ้าหนี้ได้
ลดดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายส่วนเกิน
ปิดหนี้โดยไม่ทิ้งคดีไว้ข้างหลัง
ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
หากคุณยังมีทรัพย์สินอยู่ การรีบปรึกษาและวางแผนจัดการก่อนถูกฟ้องหรือก่อนบังคับคดี คือแนวทางที่ช่วยลดความเสียหายได้จริง
Property Auction House ช่วยวิเคราะห์สถานะหนี้และทรัพย์ เพื่อเลือกวิธีขายที่เหมาะสมและปิดหนี้ได้ทันก่อนที่คดีจะลุกลาม
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
Q: ไม่รับสายธนาคาร หนี้จะหยุดไหม?
A: ไม่หยุด ดอกเบี้ยและกระบวนการทางกฎหมายยังคงดำเนินต่อ
Q: ไม่ไปศาล ศาลจะทำอะไรได้ไหม?
A: ศาลสามารถพิจารณาและมีคำพิพากษาได้ แม้ลูกหนี้ไม่ไป
Q: เงียบไว้ก่อน จะได้เปรียบหรือไม่?
A: โดยทั่วไปเสียเปรียบ เพราะสูญเสียโอกาสเจรจา
Q: จัดการก่อนฟ้องช่วยอะไรได้บ้าง?
A: ช่วยควบคุมราคา ลดต้นทุน และลดความเสี่ยงคดีระยะยาว



