การกู้ร่วม คืออะไร?
ทางเลือกเพิ่มโอกาสอนุมัติวงเงินกู้ซื้อบ้าน
การกู้ร่วม คือการยื่นขอสินเชื่อบ้านโดยมีผู้กู้มากกว่า 1 คน
เพื่อรวมรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระ
ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติวงเงิน และลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธ
การกู้ร่วมมักใช้ในกรณีที่
รายได้ผู้กู้หลักไม่เพียงพอต่อวงเงินที่ต้องการ
ต้องการซื้อบ้านราคาสูงขึ้น
ต้องการผ่านเกณฑ์ความสามารถในการผ่อนชำระของธนาคาร
ใครบ้างที่สามารถกู้ร่วมได้
ธนาคารจะพิจารณาความสัมพันธ์ของผู้กู้ร่วมเป็นหลัก
โดยทั่วไป ผู้ที่กู้ร่วมได้ ได้แก่
คู่สมรส (จดทะเบียนสมรส)
คู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน
พ่อ–แม่ กับ บุตร
พี่น้องสายตรง
บุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางการเงินชัดเจน
ผู้กู้ร่วมทุกคนต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ แยกเป็นรายบุคคล
🔹 ประโยชน์ของการกู้ร่วม
1) เพิ่มโอกาสอนุมัติ
เมื่อรวมรายได้
ธนาคารจะประเมินว่ามีกำลังผ่อนสูงขึ้น
ทำให้ผ่านเกณฑ์ DTI ได้ง่ายกว่า
2) เพิ่มวงเงินกู้
รายได้รวมที่สูงขึ้น
ช่วยให้ขอวงเงินได้มากขึ้น
เหมาะสำหรับบ้านหรือคอนโดราคาสูง
3) เงื่อนไขดอกเบี้ยอาจดีขึ้น
ในบางกรณี
เมื่อผู้กู้ร่วมมีคุณสมบัติดี
ธนาคารอาจเสนออัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า
สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจกู้ร่วม
การกู้ร่วม ไม่ใช่แค่การเพิ่มรายได้
แต่เป็นภาระผูกพันทางกฎหมายและการเงินระยะยาว
ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้
ผู้กู้ร่วม ทุกคนต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งก้อนร่วมกัน
หากผู้ใดผู้หนึ่งไม่ชำระ
ธนาคารสามารถเรียกเก็บจากผู้กู้อีกคนได้หนี้กู้ร่วมจะปรากฏในเครดิตบูโรของทุกคน
อาจกระทบการขอกู้ในอนาคตของผู้กู้ร่วม
การกู้ร่วมกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์
ผู้กู้ร่วม ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทุกคน
สามารถกำหนดชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ได้
แต่ผู้กู้ร่วมที่ไม่ถือกรรมสิทธิ์
ยังคงต้องรับผิดชอบหนี้ตามสัญญา
📌 ควรตกลงเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนลงนาม
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q1: กู้ร่วมแล้วใครเป็นคนรับผิดชอบหนี้?
ผู้กู้ร่วมทุกคน
รับผิดชอบหนี้เต็มจำนวนร่วมกัน
Q2: กู้ร่วมแล้วแยกผ่อนคนละครึ่งได้หรือไม่?
ในทางปฏิบัติทำได้
แต่ในสายตาธนาคาร ถือเป็นหนี้ก้อนเดียว
Q3: ผู้กู้ร่วมมีผลต่อเครดิตบูโรหรือไม่?
มีผล
หนี้จะถูกบันทึกในเครดิตบูโรของทุกคน
Q4: หากต้องการเลิกกู้ร่วมทำอย่างไร?
ต้องรีไฟแนนซ์หรือปรับโครงสร้างหนี้
และให้ธนาคารอนุมัติใหม่





